คำพูดแซะแข้งเชลซีหลังเตรียมซบแมนยู

คำพูดแซะแข้งเชลซีหลังเตรียมซบแมนยู

ปอล ป็อกบา เคยเจอเสียงวิจารณ์หนักมากมาแล้ว

คำพูดแซะแข้งเชลซีหลังเตรียมซบแมนยู ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 โดยก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2016 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุ่มเงินไปกว่า 89 ล้านปอนด์ไปกับกองกลางชาวฝรั่งเศสรายนี้แต่ปรากฏว่าทำผลงานได้ไม่คุ้มค่าตัวมากนัก ในทางตรงกันข้าม เชลซี

ดูเหมือนจะใช้เงินคุ้มค่ากว่าเมื่อได้ตัวเอ็นโกโล่ ก็องเต้ มาในราคา 32 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2016 เช่นกัน และหลังจากโดนเปรียบเทียบกับก็องเต้ ป็อกบาก็อดไม่ได้ที่จะวิจารณ์เพื่อนร่วมชาติโดยชี้ให้เห็นว่าเขาทำประตูได้มากกว่า

“ผมเคยได้ยินมาว่าก็องเต้เป็นกองกลางชั้นยอดซึ่งผมเห็นด้วย” ป็อกบากล่าวกับ Sky Sports ในปี 2017 “เขาเป็นกองกลางชั้นแนวหน้าสำหรับสิ่งที่เขาทำ แต่เขาทำประตูไม่มากเท่าไหร่ไม่ใช่เหรอ? พวกเขาไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้” “พวกเขาพูดถึงสิ่งที่เขาทำในสนาม

เขารับบอล เขาส่งบอล และเขาก็ทำเกม สำหรับผม ผมก็พยายามทำแบบนี้” “ผมยิงประตูได้มากกว่าก็องเต้ แต่พวกเขายังบอกว่าก็องเต้ทำโน่นทำนี่ หากคุณต้องการพูดถึงการทำประตู คุณควรตัดสินกองกลางทุกคนแบบเดียวกัน” “พวกเขาพูดเฉพาะเรื่องการย้ายทีมและเรื่องเงินเท่านั้น ผมอยากจะบอกว่าในชีวิตจริงสำหรับคนทั่วไปไม่มีใครสามารถมีมูลค่าถึง 100 ล้านปอนด์ได้”

ความคิดเห็นของป็อกบาค่อนข้างแรงเมื่อมองย้อนกลับไป แต่แข้งชาวฝรั่งเศสแค่ต้องการชี้ให้เห็นว่าทั้งคู่เป็นผู้เล่นที่แตกต่างกัน จากนั้นทั้งคู่ก็คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกด้วยกัน โดยทั้งป็อกบาและก็องเต้ต่างก็โดดเด่นในฐานะตัวทำเกมที่ลื่นไหลที่สุดของทัพ ‘ตราไก่’ จะเห็นว่าตอนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกของฝรั่งเศสนั้น ป็อกบาและก็องเต้เล่นในตำแหน่งกองกลางร่วมกันได้อย่างยอดเยี่ยม

มาถึงปี 2020 ดูเหมือนว่าก็องเต้จะกลายเป็นส่วนเกินของเชลซีในยุคแฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ต้องการพาทีมของเขาไปสู่ทิศทางใหม่ ในวัย 29 ดาวเตะชาวฝรั่งเศสถือว่าติดอยู่ในกลุ่มผู้เล่นสูงวัยในทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทีม ‘นิวลุค’ และทำให้ก็องเต้มีข่าวว่าเตรียมเก็บข้าวของย้ายออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจากโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานเกือบทั้งฤดูกาล 2019-20

ทั้งนี้แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เคยตกเป็นข่าวอย่างหนักกับก็องเต้มาก่อนในอดีต และครั้งนี้พวกเขาก็อาจจะกลับมาให้ความสนใจกองกลางรายนี้ในอีกครั้งหากเจ้าตัวมีราคาที่เหมาะสม และป็อกบาจะไม่มีปัญหาในการเล่นเคียงข้างกับเพื่อนร่วมชาติฝรั่งเศสของเขา ส่วนก็องเต้เองก็น่าจะมีความสุขในการเล่นอยู่หลังกองกลางผู้กระหายประตูอย่างบรูโน่ แฟร์นันเดส

เจดอน ซานโช่ จะยังคงเป็นเป้าหมายหลักของแมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้ และสโมสรจะยังคงไล่ล่าเขาต่อไปจนกว่าตลาดจะปิด แต่ก็องเต้จะทำให้ปีศาจแดงมีความแข็งแกร่งในพื้นที่อื่นๆ และทำให้พวกเขาเป็นทีมที่สมบูรณ์แบบมากขึ้นในฤดูกาลใหม่

ไม่รู้ไปได้กลิ่น หรือข้อมูลอะไรมา สำหรับ สกาย เบ็ท และ เบ็ท 365 บ่อนรับพนันถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ต่างพร้อมใจกันออกราคา ยกให้ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก กลายเป็นทีมเต็ง 1 ที่จะได้ตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสของ “สิงห์บลูส์” เชลซี คู่แข่งร่วมลีก ไปร่วมทัพ

ก่อนหน้านี้ เคยมีข่าวออกมาว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมของ เชลซี เตรียมที่จะยกเครื่องทีมครั้งใหญ่ และก็มีกระแสออกมาว่าเขาอาจจะปล่อยตัว ก็องเต้ ออกจากทีม หลังมองแล้วว่า ดาวเตะฝรั่งเศสไม่ใช่กำลังสำคัญของทีมเหมือนเช่นที่ผ่านมา อีกทั้งตัวนักเตะยังมีอาการบาดเจ็บบ่อยๆ จนทำให้ลงสนามช่วยทีมได้เพียง 28 นัด เท่านั้น

และจากที่มีข่าวว่า เชลซี พร้อมขาย ก็องเต้ ก็ทำให้มีหลายทีมยักษ์ใหญ่ ทั้ง เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, ยูเวนตุส รวมทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างสนใจที่จะสอยตัว กองกลางวัย 29 ปี ไปร่วมทีม โดยหลายคนมองว่า มาดริด คือตัวเต็งที่จะได้ไป เพราะ นักเตะ ค่อนข้างชื่นชอบ ซีเนดีน ซีดาน กุนซือของทีม

– เกมรับ

แน่นอนว่านี่เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญอย่างมากของกองกลางตัวรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด อยากใช้ 2 ใน 3 ของแผงกลางเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา แล้วล่ะก็ มิดฟิลด์อีก 1 รายก็จำเป็นต้องเล่นเกมรับให้โดดเด่นเป็นพิเศษ เพื่อที่ ป็อกบา จะได้ไม่ต้องมาพะวงช่วยเกมรับ และประสานงานกับ บรูโน่ ได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็องเต้ ยังอ่านเกมได้ดีจนตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบในลีกได้เฉลี่ยแล้ว 2 ครั้งต่อเกม ซึ่งถือว่าเหนือกว่า 3 มิดฟิลด์ตัวรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด โดยคนที่ใกล้เคียงกับเขามากที่สุดคือ เฟร็ด ที่ทำได้ 1.3 ครั้งต่อเกม ตามมาด้วย แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 1.1 ครั้งต่อเกม และ มาติช ที่จำนวน 1 ครั้งต่อนัด

นอกจากนี้ ก็องเต้ ยังสามารถเคลียร์บอลพ้นพื้นที่อันตรายได้ดีกว่าอีก 3 คนด้วย เพราะทำได้เฉลี่ย 1.4 ครั้งต่อนัด ส่วน มาติช กับ แม็คโทมิเนย์ ตามมาเท่ากันที่ 1.2 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ทำได้น้อยสุดที่ 0.9 ครั้งต่อนัด

ขณะเดียวกัน มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสของ เชลซี ยังโดนคู่แข่งเลี้ยงผ่านในลีกเพียงเฉลี่ย 0.9 ครั้งต่อนัดเท่านั้นด้วย ซึ่งตรงนี้เขาเป็นรองเพียง แม็คโทมิเนย์ ที่ทำได้ 0.6 ครั้งต่อเกม เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น หากเทียบเฉพาะ 3 กองกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดย มาติช โดนเลี้ยงผ่านเฉลี่ย 1.1 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ถูกคู่แข่งกระชากผ่านไป 2.6 ครั้งต่อนัด

ในส่วนความแม่นยำในการเข้าสกัดนั้น ก็องเต้ อาจจะทำได้น้อยกว่า มาติช กับ เฟร็ด เพราะเขาทำได้เฉลี่ย 2 ครั้งต่อนัด แต่มันก็ไม่ได้ถือว่าด้อยกว่าอีก 2 คนมากกว่า เพราะ มาติช ทำได้ 2.2 ครั้งต่อนัด ส่วนของ เฟร็ด อยู่ที่ 2.1 ครั้งต่อเกม ขณะที่ แม็คโทมิเนย์ ทำได้ 1.6 ครั้งต่อนัด คำพูดแซะแข้งเชลซีหลังเตรียมซบแมนยู

mm88ทางเข้า,mm88ดูบอล,mm88เครดิตฟรี,mm88บาคาร่า,mm88ออนไลน?,mm88เสือมังกร
สมัคร
mm88ทางเข้า,mm88ดูบอล,mm88เครดิตฟรี,mm88บาคาร่า,mm88ออนไลน?,mm88เสือมังกร
โปรโมชั่น
mm88ทางเข้า,mm88ดูบอล,mm88เครดิตฟรี,mm88บาคาร่า,mm88ออนไลน?,mm88เสือมังกร
ทางเข้าเล่น
mm88ทางเข้า,mm88ดูบอล,mm88เครดิตฟรี,mm88บาคาร่า,mm88ออนไลน?,mm88เสือมังกร
วิธีเล่น
mm88ทางเข้า,mm88ดูบอล,mm88เครดิตฟรี,mm88บาคาร่า,mm88ออนไลน?,mm88เสือมังกร
ติดต่อเรา