การย้ายทีมที่สะเทือนใจของแฟนบอล

การย้ายทีมที่สะเทือนใจของแฟนบอล

พวกเขาคงไม่อยากเห็นคนเคยรักย้ายไปเป็นนักเตะของทีมคู่แข่ง

การย้ายทีมที่สะเทือนใจของแฟนบอล การที่ ตีโต้ บีลาโนบา เทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า เอ่ยปากรับประกันว่า เชส ฟาเบรกาส กองกลางดาวดังทีมชาติสเปน จะไม่อำลาถิ่น คัมป์ นู เพื่อย้ายไปร่วมก๊วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแน่นอนนั้น นอกจากจะทำให้เหล่าสาวก บาร์ซ่า ได้เฮแล้ว ข่าวนี้ก็ทำเอาบรรดาแฟนบอล อาร์เซน่อล โล่งอกไม่น้อยเช่นกัน เหมือนกับที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ สร้างความเจ็บปวดเอาไว้เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ข่าวสารวงการลูกหนังยุคนี้สามารถพลิกกลับไปกลับมาได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการจะวางใจว่า ฟาเบรกาส ไม่ย้ายไปเป็นเด็ก “ปีศาจแดง” แน่นอนนั้น คงเป็นเรื่องที่ฟันธงแบบร้อยเปอร์เซนต์ไม่ได้ จนกว่าตลาดซัมเมอร์นี้จะปิดตัวลงนั่นแหละ ว่าแล้วระหว่างที่รอลุ้นเรื่องของ ฟาเบรกาส เราลองมาดูกันสิว่า 10 การโยกย้ายสังกัดแบบช็อกแฟนๆ ในวงการลูกหนังที่ผ่านมามีใครกันบ้าง

1. โม จอห์นสตัน (กลาสโกว์ เซลติก และ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส)

เขาถือเป็นนักเตะชาวสกอตติชที่เจิดจรัสที่สุดคนหนึ่งในยุคของเขา โม จอห์นสตัน มีข่าวขึ้นหน้าหนึ่งบ่อยครั้งด้วยเหตุผลแตกต่างกันไปในช่วงปี 1980 เขาเป็นดาวเด่นของ เซลติก อยู่นาน 3 ปี ก่อนย้ายไปหากินที่ฝรั่งเศสกับ น็องต์ ในปี 1987 แต่ก็อยู่ที่นั่นได้แค่ 2 ปี เขาก็ต้องกลับมาซดวิสกี้ที่ลีกบ้านเกิดอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการโชว์เพลงแข้งภายใต้ยูนิฟอร์ม เรนเจอร์ส ซึ่งทำเอาแฟนบอลของทั้งสองทีมไม่แฮปปี้เอาเสียเลย โดยเฉพาะเหล่าสาวก “ม้าลายเขียว-ขาว” ที่โดน จอห์นสตัน สอยประตูชัยให้ เรนเจอร์ส ได้เฮในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของศึก “โอลด์เฟิร์มดาร์บี้” เมื่อปี 1989

2. กอร์ดอน แม็คควีน (ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ขณะที่ เอริก คันโตน่า เคยย้ายสุดช็อกจาก ลีดส์ ซบ แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วงต้นยุคปี 90 แต่เขาไม่ใช่คนแรกที่ทำแบบนั้น เพราะ กอร์ดอน แม็คควีน ปราการหลังชาวสกอตติช เคยย้ายจากทีมชุดขาวไปสวมเสื้อแดงมาแล้วเมื่อปี 1978 พร้อมกับให้สัมภาษณ์ชวนช้ำใจแทนเหล่าสาวก “ยูงทอง” ว่า “นักเตะ 99% ล้วนแล้วแต่อยากเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งนั้น ส่วนพวกที่เหลือพูดโกหก” แม็คควีน ลงเล่นให้ “ปีศาจแดง” ทั้งสิ้น 184 นัด ก่อนอำลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในปี 1985

3. หลุยส์ ฟิโก้ (บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด)

ในโลกนี้มีนักเตะเพียงไม่กี่คนหรอกที่โดนแฟนบอลปาหัวหมูใส่ แต่ หลุยส์ ฟิโก้ คือหนึ่งในนั้น บรรดาแฟนบอล บาร์เซโลน่า รู้สึกได้ถึงความทรยศในตัว ฟิโก้ และโกรธแค้นมากพอที่จะทำแบบนั้น หลังจากที่สตาร์ดังประจำทีมของพวกเขาเลือกอำลาถิ่น คัมป์ นู เพื่อไปเล่นให้กับสโมสรที่ชื่อว่า เรอัล มาดริด เมื่อปี 2000 เสียงก่นด่าปนสาปแช่งดังกึกก้องตลอดระหว่างที่ ฟิโก้ กลับไปเยือนถิ่นเก่า แต่ในขณะเดียวกันเหล่าสาวก “ราชันชุดขาว” ก็อ้าแขนให้การต้อนรับ ฟิโก้ อย่างอบอุ่นในฐานะผู้บุกเบิกยุค “กาลาคติกอส” ให้กับสโมสร

4. เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ (อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

อเดบายอร์ ย้ายจาก โมนาโก มาร่วมก๊วน อาร์เซน่อล เมื่อปี 2006 และก็กลายเป็นดาวเด่นประจำทีมได้ทันที โดยได้ลงเล่น 106 นัด ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่เป็นเด็ก “ไอ้ปืนใหญ่” หลังจากที่ย้ายหนีไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2009 ซึ่งนั่นก็สร้างความสะเทือนใจให้กับเหล่าสาวก “เดอะ กันเนอร์ส” มากพอแล้ว อเดบายอร์ ก็ตอกย้ำความแค้นให้กับแฟนๆ อาร์เซน่อล เข้าไปอีก เมื่อเขาย้ายไปเล่นให้สโมสรคู่ปรับอย่าง สเปอร์ส แบบยืมตัวในปี 2011 ก่อนเซ็นสัญญาเป็นแข้ง “ไก่เดือยทอง” แบบถาวรในปีต่อมา ซีซั่นที่แล้ว อเดบายอร์ สร้างความเดือดดาลเป็นทวีคูณให้กับแฟนบอล อาร์เซน่อล เข้าไปอีก เพราะนอกจากยิงประตูใส่ตั้งแต่ต้นเกมแล้ว เขายังเปิดสองเท้าเสียบใส่ ซานติ กาซอร์ล่า อย่างน่าเกลียดจนถูกไล่ออกจากสนามอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เกมนั้น “ไอ้ปืนใหญ่” เป็นฝ่ายได้เฮด้วยสกอร์สวยหรู 5-2

5. โรนัลโด้ (บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน และ เอซี มิลาน)

การย้ายสู่ทีมคู่ปรับแค่ครั้งเดียวในชีวิตก็มากเกินพอแล้ว แต่สำหรับ โรนัลโด้ ผู้นี้ ย้ายสะเทือนใจแฟนบอลถึง 2 ครั้งเลยทีเดียว โรนัลโด้ ทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แถมมีลีลาการเล่นที่เร้าใจจนกลายเป็นแข้งเทพตั้งแต่อายุยังน้อยสมัยเล่นให้ บาร์เซโลน่า แต่เขาก็อยู่ในถิ่น คัมป์ นู แค่ซีซั่นเดียวเท่านั้น ก่อนย้ายไปเล่นให้ อินเตอร์ มิลาน ช่วงปี 1996-2002 แต่แล้วผู้ชายคนนี้ก็โยกกลับมาลุย ลา ลีกา สเปน อีกครั้งในฐานะนักเตะของ เรอัล มาดริด ซึ่งแน่นอนว่า เหล่าสาวก “อาซูลกราน่า” ไม่ปลื้มแน่ๆ แม้ไม่ใช่การย้ายข้ามฝั่งโดยตรงก็ตาม ชีวิตของเจ้า “โล้นทองคำ” ย้ายไปๆ มาๆ อยู่ 2 ลีก และปี 2007 เขาก็ย้ายมาโชว์หัวโล้นๆ แถมทำฟันเหยินในเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี อีกครั้ง และคราวนี้เป็นการเล่นให้กับ เอซี มิลาน และก็แน่นอนว่า แฟนๆ “งูใหญ่” ไม่ปลื้มเช่นกัน กระนั้นเขาก็ถือเป็นหนึ่งในบรรดาผู้เล่นเพียงไม่กี่คนที่เคยสัมผัสศึกใหญ่ทั้ง “เอล กลาซิโก้” และ “มิลาน ดาร์บี้” มาแล้ว

6. วิลเลี่ยม กัลลาส (เชลซี, อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

แค่เล่นให้ เชลซี และ อาร์เซน่อล นั้น คงยังไม่เพียงพอสำหรับ วิลเลี่ยม กัลลาส ว่าแล้วเขาจึงเล่นให้ครบทั้ง 3 บิ๊กทีมในกรุงลอนดอนซะเลย กัลลาส ถือเป็นนักเตะที่ถูกพูดถึงไม่น้อย แต่การที่เขาเลือกย้ายซบ สเปอร์ส เมื่อปี 2010 ถือเป็นเรื่องที่ชวนเซอร์ไพรส์มากๆ เมื่อพิจารณาดูจากการที่เขาเคยเล่นให้ทั้ง “สิงห์บลูส์” และ “ไอ้ปืนใหญ่” มาทีมละเกิน 100 นัด อย่างไรก็ตาม กัลลาส ถือเป็นนักเตะเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่เคยเล่นให้ทั้ง เชลซี, อาร์เซน่อล และ สเปอร์ส (หล่อเลย)

7. คาร์ลอส เตเวซ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

คาร์ลอส เตเวซ ย้ายจาก โครินเธียนส์ มาค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แบบทำเอาแฟนบอลทั่วโลกต้องงงวยเมื่อปี 2006 อย่างไรก็ตาม ปีต่อมา “เตฟ” ก็ได้ทำตามความฝันของตัวเองด้วยการย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งก็ทำผลงานได้เด่นพอตัว จากจำนวนประตู 34 ตุง (ลงเล่น 99 นัด) บวกกับแชมป์ 6 รายการ ทว่าหลังจบซีซั่น 2008-09 เตเวซ ไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ว่าแล้วเขาก็แก้เผ็ดด้วยการย้ายข้ามฝั่งไปเล่นให้ ซิตี้ ซะเลย กระนั้นการเล่นให้ “เรือใบสีฟ้า” ก็ไม่ค่อยราบรื่นสักเท่าไร ซึ่งก็ไม่แปลกใจเลยที่ตอนนี้เขาเผ่นไปสาวเส้นมะกะโรนีที่ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เรียบร้อย

8. เคนนี่ มิลเลอร์ (กลาสโกว์ เซลติก และ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส)

เคนนี่ มิลเลอร์ ผู้นี้ย้ายเข้าย้ายออกกับทีม เรนเจอร์ส อย่างสนุกเท้า โดยตอนแรกเขารับใช้ เรนเจอร์ส ช่วงระหว่างปี 2000-2002 แล้วย้ายอ้อมไปค้าแข้งที่อังกฤษกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ก่อนคัมแบ็กสู่ลีกแดนขี้เมาในฐานะแข้ง เซลติก ของกุนซือ กอร์ดอน สตรัคคั่น ในปี 2006 อย่างไรก็ตาม มิลเลอร์ ใช้ชีวิตอยู่ในถิ่น เซลติก พาร์ค แค่ซีซั่นเดียวเท่านั้น ก็ย้ายไปลุยลีกเมืองผู้ดีอีกครั้งกับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ก่อนที่จะหวนซบ  เรนเจอร์ส อีกคำรบในปี 2008 โดยคราวนี้เขากระซวกประตูให้กับทัพ “เดอะ ไลท์บลูส์” ถึง 55 ตุง ซึ่งรวมถึง 5 ตุงที่ซัดใส่ “ม้าลายเขียว-ขาว” ด้วย

9. โซล แคมป์เบลล์ (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ อาร์เซน่อล)

“มีทางเลือกตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเป็น อาร์เซน่อล ด้วย” แฟนๆ สเปอร์ส คงคิดแบบเดียวกันนี้ตอนที่ โซล แคมป์เบลล์ ปราการหลังกัปตันทีม “ไก่เดือยทอง” เลือกย้ายซบทีมคู่ปรับอย่าง “ไอ้ปืนใหญ่” แบบฟรีๆ เมื่อปี 2001 หลังหมดสัญญาค้าแข้งในถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน ทั้งที่ ณ ตอนนั้นเขามีข่าวเกี่ยวโยงกับทั้ง อินเตอร์ มิลาน และ บาร์เซโลน่า การย้ายสังกัดครั้งนี้นำมาซึ่งคำว่า Judas (ไอ้ทรยศ) ที่เราคุ้นๆ กันจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เหล่าแฟนบอล สเปอร์ส มอบให้กับ แคมป์เบลล์ แต่กระนั้นการย้ายเข้าสู่ถิ่น ไฮบิวรี่ (รังเหย้า ณ เวลานั้นของ อาร์เซน่อล) ก็สร้างความสำเร็จให้กับกองหลังหุ่นล่ำไม่น้อย เพราะกับที่นั่นเขาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 สมัย และ เอฟเอ คัพ 3 สมัย เลยทีเดียว

10. เดนิส ลอว์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

ไฮไลท์ของ เดนิส ลอว์ เกิดขึ้นที่เมืองแมนเชสเตอร์ที่เดียวจริงๆ ซึ่งเขาถือเป็นขุนพลหลักของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคสุดเรืองรองของยอดกุนซือนาม แม็ตต์ บัสบี้ ร่วมกับอีก 2 ดาวดังอย่าง บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และ จอร์จ เบสต์ โดย ลอว์ ทะลวงตาข่ายได้มากกว่า 200 ตุง ตลอดการค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 11 ปี แต่แล้วนักเตะยอดเยี่ยมยุโรปปี 1964 ก็อำลา ยูไนเต็ด กลับไปร่วมก๊วน ซิตี้ อีกคำรบ (ลอว์ เคยอยู่กับ ซิตี้ มาแล้วรอบหนึ่งช่วงปี 1960-1961) แบบไม่มีค่าตัวในปี 1973 และเหตุการณ์สุดคลาสสิกที่แฟนบอล “ปีศาจแดง” พันธุ์แท้จดจำไม่ลืมคือการที่ ลอว์ ตอกส้นทำประตูให้ ซิตี้ คว้าชัยเหนือ ยูไนเต็ด 1-0 ในแมตช์ปิดซีซั่น 1973-74 ซึ่งประตูนั้นส่งผลให้ “ปีศาจแดง” ตกชั้น! จากลีกสูงสุดทันที การย้ายทีมที่สะเทือนใจของแฟนบอล

สมัคร
โปรโมชั่น
ทางเข้าเล่น
วิธีเล่น
ติดต่อเรา